เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@deevertour

Travel License : 11/13159

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เวียดนาม…ดินแดนแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร

เวียดนาม…ดินแดนแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร

21

Nov

เวียดนาม

เวียดนาม…ดินแดนแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร

เวียดนาม…ดินแดนแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร

เวียดนามเป็นประเทศที่ผสมผสานความงดงามทางธรรมชาติเข้ากับวัฒนธรรมอันล้ำค่าได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ภูเขาสูงที่โอบล้อมด้วยหมอก ไปจนถึงเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ทั้งบรรยากาศโรแมนติกริมอ่าว ทิวทัศน์ภูเขาสุดอลังการ และอาหารรสชาติกลมกล่อมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด

ไฮไลต์เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม

  1. ฮานอย (Hanoi)
    เมืองหลวงเก่าแก่ที่สะท้อนเอกลักษณ์เวียดนามผ่านสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ผสมผสานกับวัดเก่าแก่และทะเลสาบฮหว่านเกี๋ยม (Hoan Kiem Lake) บรรยากาศเช้าตรู่ของฮานอยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทั้งเสียงแตรจักรยาน ร้านกาแฟสไตล์โบราณ และอาหารเช้าที่หอมกรุ่นอย่าง “เฝอ” (Phở)

  2. อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
    มรดกโลกยูเนสโกที่มีภูเขาหินปูนกว่าพันลูกโผล่ขึ้นกลางน้ำทะเลสีมรกต การล่องเรือชมเกาะหินรูปร่างแปลกตาและพักค้างคืนบนเรือสำราญเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างใฝ่ฝัน

  3. ซาปา (Sapa)
    เมืองเล็กในหุบเขาภาคเหนือ โดดเด่นด้วยนาขั้นบันไดสีเขียวสวยงาม และวัฒนธรรมชนเผ่าชาวเขาหลากหลาย เป็นจุดหมายที่นักผจญภัยนิยมไปเดินป่าและชมทิวทัศน์ของยอดเขาฟานซิปัน (Fansipan) ซึ่งเป็น “หลังคาอินโดจีน”

  4. ฮอยอัน (Hoi An)
    เมืองมรดกโลกที่มีเสน่ห์จากสถาปัตยกรรมเก่าแก่และโคมไฟหลากสีที่ประดับทั่วเมือง ในยามค่ำคืนเมืองทั้งเมืองจะสว่างไสวราวกับภาพฝัน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารพื้นเมืองชื่อดัง เช่น ก๋วยเตี๋ยวเกาเหล่า (Cao Lau)

  5. โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City)
    ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่คึกคัก เต็มไปด้วยตึกสูง แหล่งช็อปปิ้ง และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามเวียดนามที่พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด


อาหารเวียดนามที่ต้องลอง

  • เฝอ (Phở) – ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมเนื้อวัวหรือไก่

  • บั๋นหมี่ (Bánh Mì) – แซนด์วิชสไตล์เวียดนามที่กรอบนอกนุ่มใน

  • โกยก้วน (Gỏi Cuốn) – ปอเปี๊ยะสดที่มีทั้งผักสด หมู กุ้ง และน้ำจิ้มถั่วลิสง

  • บุนจา (Bún Chả) – เส้นขนมจีนกับหมูย่างและน้ำจิ้มรสกลมกล่อม


เคล็ดลับการเดินทาง

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม:

    • ภาคเหนือ: ตุลาคม–มีนาคม อากาศเย็นสบาย

    • ภาคกลาง: กุมภาพันธ์–สิงหาคม ท้องฟ้าแจ่มใส

    • ภาคใต้: ธันวาคม–เมษายน อากาศแห้ง ไม่ค่อยมีฝน

  • ค่าใช้จ่าย: เวียดนามถือเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างต่ำ เที่ยวได้ทั้งแบบประหยัดและหรูหราตามงบ

  • การเดินทางภายในประเทศ: เครื่องบินภายใน ราคาถูกและรวดเร็ว แต่ถ้าต้องการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น รถไฟและรถบัสก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

สรุป

เวียดนามเป็นประเทศที่มีครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาหารอร่อย เหมาะทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การผจญภัย และการพักผ่อน ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายและค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า จึงไม่แปลกที่เวียดนามจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียที่คุณควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต

แผนเที่ยวเวียดนาม 5 วัน 4 คืน

แผนการเดินทาง

วันแรก – ฮานอย (Hanoi) : เสน่ห์เมืองเก่า

  • เช้า

    • เดินทางถึงสนามบินนอยบ่าย (Noi Bai International Airport)

    • เช็คอินโรงแรมย่าน Old Quarter

    • ลองอาหารเช้าแบบเวียดนาม “เฝอเนื้อ” ร้านดัง Phở 10

  • บ่าย

    • เที่ยว วัดหง็อกเซิน และ ทะเลสาบฮหว่านเกี๋ยม

    • ชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ (Water Puppet Show)

  • เย็น

    • เดินตลาดกลางคืนถนน 36 สาย ชิม บั๋นหมี่ และ กาแฟไข่ (Egg Coffee)


วันที่สอง – อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay) : ล่องเรือชมมรดกโลก

  • เช้า

    • เดินทางไปท่าเรือฮาลอง (ประมาณ 2.5–3 ชั่วโมงจากฮานอย)

    • ลงเรือสำราญ ล่องชมเกาะหินปูนกลางทะเลสีมรกต

  • บ่าย

    • พายคายักเข้าถ้ำสวย (Sung Sot Cave หรือ Luon Cave)

    • รับประทานอาหารซีฟู้ดบนเรือ

  • ค่ำ

    • พักค้างคืนบนเรือ (Halong Cruise) ชมพระอาทิตย์ตกกลางอ่าวสุดโรแมนติก


วันที่สาม – ซาปา (Sapa) : นาขั้นบันไดและวัฒนธรรมชนเผ่า

  • เช้า

    • กลับฮานอยและนั่งรถไฟกลางคืนหรือรถบัสต่อไป ซาปา

    • เช็คอินที่พักบนเขา

  • บ่าย

    • เดิน Trekking ผ่าน หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village)

    • ชมทุ่งนาขั้นบันไดและวัฒนธรรมชนเผ่า H’Mong

  • เย็น

    • ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง เช่น หม้อไฟซาปา (Sapa Hotpot)


วันที่สี่ – โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) : เมืองเศรษฐกิจสุดคึกคัก

  • เช้า

    • นั่งเครื่องบินภายในประเทศจากฮานอยไปโฮจิมินห์

    • เที่ยว ไปรษณีย์กลางไซ่ง่อน และ โบสถ์นอร์ทเธอดาม

  • บ่าย

    • ช้อปปิ้งที่ ตลาดเบนถั่น (Ben Thanh Market)

    • ชิม บุนจา และ กาแฟเวียดนามดริป

  • ค่ำ

    • ล่องเรือแม่น้ำไซ่ง่อน ดินเนอร์ชมวิวเมือง


วันที่ห้า – อุโมงก์กู๋จี (Cu Chi Tunnel) และกลับบ้าน

  • เช้า

    • เดินทางไปชม อุโมงก์กู๋จี อุโมงก์ประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม

  • บ่าย

    • เดินทางกลับสนามบินเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat Airport)

    • บินกลับประเทศไทย

 เคล็ดลับเสริม

  • งบประมาณ : ประมาณ 18,000–25,000 บาท/คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทย)

  • การเดินทางภายใน : รถไฟกลางคืน ฮานอย–ซาปา ประหยัดเวลา, ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศราคาประมาณ 1,000–1,500 บาท/เที่ยว

  • อาหารห้ามพลาด : เฝอ, บั๋นหมี่, กาแฟเวียดนาม, ปอเปี๊ยะสด

เกร็ดความรู้

เกร็ดวัฒนธรรมและประเพณี

  • การทักทาย : คนเวียดนามนิยมยกมือไหว้เล็กน้อยหรือพยักหน้าเป็นการทักทาย คล้ายไทย แต่ไม่จำเป็นต้องไหว้สูง

  • การใช้เสียง : ควรพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่ตะโกนในที่สาธารณะ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติ

  • การถ่ายรูป : หากต้องการถ่ายรูปบุคคลหรือร้านค้า ควรขออนุญาตก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนเผ่าซาปา

เงินและค่าใช้จ่าย

  • สกุลเงิน : ดองเวียดนาม (VND)

    • 1 บาท ≈ 650–700 ดอง (อัตราโดยประมาณ)

  • การแลกเงิน : แลกเงินเป็นดองที่ธนาคารหรือร้านแลกในไทย/ฮานอยจะได้เรทดีกว่าที่สนามบิน

  • ค่าครองชีพ : อาหารท้องถิ่นจานละ 30,000–70,000 ดอง (ประมาณ 45–100 บาท) ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับไทย


อาหารและเครื่องดื่ม

  • อาหารเวียดนามเน้นผักสดและสมุนไพร เช่น ผักชีฝรั่ง โหระพา

  • เครื่องดื่มยอดนิยมคือ กาแฟเวียดนาม (Vietnamese Drip Coffee) เข้มข้น หอมหวานด้วยนมข้น

  • น้ำประปาไม่ควรดื่ม ควรซื้อน้ำขวดเสมอ


การเดินทาง

  • แท็กซี่ : ใช้บริการของ Grab หรือ Taxi ที่มีมิเตอร์ เช่น Mai Linh เพื่อป้องกันการคิดราคาเกิน

  • รถไฟ/รถบัสกลางคืน : ประหยัดค่าโรงแรมและเวลาเดินทางระหว่างเมือง เช่น ฮานอย–ซาปา

  • เครื่องบินภายในประเทศ : VietJet Air และ Bamboo Airways มีโปรโมชั่นบ่อย ราคาถูกกว่าที่คิด

สภาพอากาศ

  • ภาคเหนือ (ฮานอย, ซาปา, ฮาลอง) : ฤดูหนาว พ.ย.–มี.ค. อากาศเย็น 10–20°C

  • ภาคกลาง (ดานัง, ฮอยอัน) : ก.พ.–ส.ค. อากาศดี ทะเลสวย

  • ภาคใต้ (โฮจิมินห์, เกาะฟู้ก๊วก) : ธ.ค.–เม.ย. ฝนน้อย อากาศร้อนชื้น

ข้อควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยวไทย

  • คนไทย ไม่ต้องขอวีซ่า เมื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

  • ใช้ ซิมท่องเที่ยวเวียดนาม (Viettel, Mobifone) อินเทอร์เน็ตแรง ราคาประมาณ 150–200 บาท/สัปดาห์

  • ปลั๊กไฟเป็นแบบ สองขากลม (220V) พกปลั๊ก Universal ไปด้วยจะสะดวกที่สุด

Tips เล็กๆ

  • ต่อรองราคา : ตลาดกลางคืนหรือตลาดท้องถิ่นสามารถต่อรองได้ 10–20%

  • เอกสารสำคัญ : พกพาสปอร์ตและสำเนาไว้เสมอ เผื่อกรณีเช็คอินโรงแรมหรือขึ้นรถไฟ

  • ของฝากยอดฮิต : กาแฟเวียดนาม เมล็ดหรือผง, ชุดผ้าไหม, หมวกกรวย (Non La)


 สรุป
เวียดนามเป็นประเทศที่ทั้งใกล้และเที่ยวง่าย มีเสน่ห์ทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติ แถมค่าใช้จ่ายไม่สูง เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ครอบครัว หรือสายผจญภัย

จำนวนผู้เข้าชม 74 ครั้ง